Thursday, October 28, 2004

ไฟใต้ที่ดับไม่ลง

ไปอาละวาดฝืนกระแสมาอีกแล้วครับท่านที่ MGR Online ลองไปอ่านดูได้ครับที่

ให้คะแนนการแก้ปัญหากรณี"ตากใบ"เปรียบเทียบ"กรือเซะ"

(post ที่ 164 และ 166)

สำหรับโพสต์ที่ 166 เคยเขียนไว้นานแล้วดูได้ที่ ความขัดแย้งของคนชายขอบและคนวงใน

ผมคิดว่าคนในสังคมไทย กำลังหลงทางกับการแก้ปัญหาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้!

จะให้พูดอีกกี่ครั้งก็จะพูดแบบเดิมครับ

คนในสังคมไทยกำลังหลงทางกับการแก้ปัญหาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งมันก็สะท้อนถึงแนวทางการปฏิบัติงานของหน่วยงานรัฐบาลไทยในการลงไปแก้ไขปัญหาในพื้นที่

ไม่เข้าใจ ไม่รับฟัง ไม่ยืดหยุ่น ไม่ประนีประนอม และฝ่ายตรงข้ามเป็นศัตรู!

.....

ใครบังเอิญมาอ่านโพสต์นี้ ขอให้ทนอ่านหน่อย เพราะข้อเขียนส่วนหนึ่ง ผมจะอุทิศให้กับการชำแหละความคิดของคนไทยส่วนใหญ่ ที่ไม่ยอมทำความเข้าใจกับปัญหาของคนในพื้นที่ เหมือนกับที่มีนักคิดคนหนึ่งเคยวิเคราะห์ไว้ถึงกรณีนี้เช่นกัน
"มึงมาบีบบังคับกดดันกู ต้องเจอดี แต่ถ้ามึงมากราบกรานขอร้อง เออ กูจะช่วย"

ขอโทษที่ต้องใช้คำไม่สุภาพ แต่จะให้เข้าใจซึ้งถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นก็ต้องใช้คำแบบนี้

ผมไม่ได้เห็นด้วยกับเซี่ยงเส้าหลงทั้งหมด บางเรื่องผมก็ไม่เห็นด้วย ถ้าใครติดตามโพสต์เก่าๆก็คงจะทราบดี บางเรื่องผมก็คัดค้าน

แต่สำหรับเรื่องนี้ผมเห็นด้วยกับคุณเซี่ยงเส้าหลง

และออกจะคัดค้านกับแนวคิดของคุณประชาชน

อยากจะอ่านความคิดของคนรุ่นใหม่ ที่เป็นคนส่วนใหญ่ในสังคม ก็อ่านโพสต์ของคุณประชาชนได้

คุณประชาชนเรียกร้องให้ใช้แนวทางเด็ดขาดจัดการกับปัญหาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งถ้าดูดีๆ ก็จะเห็นว่า ตรงกับเสียงส่วนใหญ่ของคนที่มาแสดงความคิดเห็นในนี้มาก

เรียกร้องการเผชิญหน้า และใช้ยุทธวิธีทางการทหารอย่างเบ็ดเสร็จ
แต่รู้หรือไม่ว่าคนที่คุณจะให้เผชิญหน้านั่นน่ะ เป็นประชาชนนะครับ เป็นคนไทยเหมือนกันกับเรานะครับ หาใช่พวกกบฏ พวกบ่อนทำลายที่ไหนไม่
เมื่อไหร่ที่คุณชนกับประชาชน คุณก็แพ้แล้ว เพราะคุณจะแยกแยะออกได้อย่างไร ว่าคนไหนเป็นคนธรรมดา คนไหนเป็นผู้ก่อการร้าย อ้าวแล้ว พวกคนธรรมดาที่เริ่มเห็นด้วยกับพวกผู้ก่อการร้าย ที่มาชักจูงให้ต่อต้านอำนาจรัฐอันเนื่องมาจากการทำร้ายคนในคราวกรือเซะ แล้วมาที่ตากใบนี่อีกล่ะ คนจะวางตำแหน่งเขาไว้ในจุดไหน ผู้กระทำหรือผู้ถูกกระทำ

แนวคิดของการใช้ยุทธวิธีการช่วงชิงประชาชนของคอมมิวนิสต์ไม่ได้ล้าสมัยนะครับ แต่ยังใช้การได้ และวิเคราะห์ได้ดีด้วย
เพียงแต่คราวนี้ธงนำเป็นเรื่องของศาสนา และเรื่องของความอยุติธรรมของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ (ที่อาจจะผนวกความลำบากยากแค้นของประชาชนเข้าไปด้วย) ก็เท่านั้น
ซึ่งสิ่งเหล่านี้ใช้ชักจูงคนได้ง่ายกว่า และเข้าถึงตัวคนได้ง่ายกว่า การใช้แนวคิดเรื่องของอุดมการณ์กรรมาชีพและชาวนา

พูดก็พูดเถอะ ถึงแม้จะเป็นในยุคคอมมิวนิสต์ ก็ไม่ได้ใช้อุดมการณ์กรรมาชีพและชาวนา บริสุทธิ์แต่อย่างเดียวเสียเมื่อไหร่
คอมมิวนิสต์ผสมกับความเชื่อแบบชาวบ้านก็มีให้เห็น และมีอิทธิพลในการชักจูงชาวบ้านได้ดีกว่าด้วยซ้ำไป

นี่เป็นสงครามช่วงชิงมวลชนเต็มรูปแบบครับ

และการใช้การเมืองนำการทหาร ก็คือการหาวิธีช่วงชิงมวลชนกลับมาเป็นฝ่ายเราให้ได้
ซึ่งเรื่องแบบนี้ทำได้ไม่ยาก เพียงแต่ทำความเข้าใจคนในพื้นที่จริงๆ
การวิเคราะห์เรื่องการใช้อุปกรณ์ทันสมัยเอย หรือประเด็นเรื่องคนตาย 6 ศพตอนเผชิญหน้า หรือตายตอนขนย้าย 70 กว่าศพ นั่นมันเรื่องเล็กน้อยครับ
นักวางยุทธวิธีที่แท้จริง เขาจะไม่มาสนใจประเด็นยิบย่อยเหล่านี้ (แต่แน่นอนว่าต้องไม่ละเลย) แต่แนวทางใหญ่จะต้องกำหนดให้ถูกต้อง
ถ้าไม่เข้าใจมวลชน ถ้ายังทำให้ผู้ปฏิบัติไม่เข้าถึงหัวอกของคนในพื้นที่ คุณก็ตกเป็นฝ่ายรับตลอด
โอเคสมมติว่าคราวนี้ไม่มีเหตุการณ์ 70 กว่าศพ คุณก็จะต้องไปพลาดในสถานการณ์อื่นอยู่ดี
อย่าลืมว่าก่อนหน้านี้ มันก็มีสถานการณ์ที่เกือบจะทำให้เกิดการเผชิญหน้า ระหว่างเจ้าหน้าที่กับชาวบ้าน หลายต่อหลายครั้ง (แต่ก็รอดมาได้)

แต่ก็อย่างที่บอก ถ้าแนวทางใหญ่คุณไม่ชัดเจน ไม่ถูกต้อง คุณก็ต้องตกอยู่ในสถานการณ์ตั้งรับตลอด
แล้วมันก็จะพลาดจนได้สักวัน
เมื่อพลาดแล้วก็โดนขยายผลไปเรื่อยๆ

ตอนนี้ได้แต่ภาวนาให้คนที่รับผิดชอบมองสถานการณ์ให้ออก
หรือจะลองใช้แนวทางที่คุณจาตุรนต์ ฉายแสง นำเสนอมาก็ไม่เลว

คราวที่แล้วกรือเซะ ปัตตานี
คราวนี้ ตากใบ นราธิวาส

ผมเคยเขียนแนวทางการแก้ปัญหาและวิเคราะห์วิจารณ์สถานการณ์ เมื่อคราวกรือเซะ ไว้ในที่อื่น (จะนำมาลงใหม่อยู่ในโพสต์ด้านบน)
คราวนี้ผมต้องมาพูดถึงตากใบในโพสต์ที่นี่อีก

หวังว่าคงไม่ต้องมาโพสต์อะไรทำนองแบบนี้ซ้ำซากอีกครั้ง

ที่ยะลา!



1 Comments:

Blogger jengly said...

หนูเพิ่งจะรู้ว่า ประเทศเพื่อนบ้านเรานี่ถือเป็นหอกข้างแคร่ดีๆ นี่เอง
หลังๆ สลดใจว่า ประเทศไทยเราเป็นอะไรไปแล้วหรือ
แต่มาคิดอีกที ถ้าเราเต้นตามเกมส์ของคนที่ได้ผลประโยชน์ในเรื่องนี้
ที่ต้องเสียก็คือ คนไทยเรานั่นแหละ
เหมือน ทค ว่า ใครใช้ประชาชนได้มาก คนนั้นแหละเป็นผู้ได้รับผลประโยชน์ เฮ้อ

October 30, 2004 at 1:56 AM  

Post a Comment

<< Home