Thursday, July 08, 2004

เมื่อข้อมูลล้น

อา...มันมาอีกแล้ว
ผมหมายถึงช่วงเวลาที่ทุกอย่างโถมทับลงมาทำให้ห้วสมองเต็มไปด้วยความวุ่นวาย ซึ่งมันก็ยิ่งทำให้สมองเกิดการตีความซับซ้อนขึ้นนับเท่าตัว (ซึ่งปกติมันก็ตีความเยอะอยู่แล้ว เกลียดไอ้สมองรุ่นนี้จริงๆ มันจะเปลี่ยนได้แบบเปลี่ยนซีพียูรึเปล่าเนี่ย)

เรื่องของเรื่องมันเกิดจากว่า สองสัปดาห์ก่อนพยายามจัดระเบียบความคิดของตัวเอง โดยใช้เครื่องมือคล้ายๆกับ mindmap (แผนที่มโนจิต) เข้ามาช่วย ซึ่งมันก็ทำให้วิธีการคิดเป็นระเบียบและมีหลักการมากขึ้น แถมยังช่วยให้เห็นว่าเราจะสามารถค้นหาแหล่งข้อมูลเพิ่มเติมโดยเจาะลึกลงไปในส่วนที่สนใจด้านต่างๆได้อย่างไร

ข่าวร้ายที่เกิดขึ้นก็คือ ไอ้ข้อมูลที่เราสนใจเจาะลึกลงไปเรื่อยๆเนี่ย แต่แรกที่คิดว่ารู้ดีแล้ว มันยังมีความรู้ให้เราศึกษาต่ออีก อีกนัยหนึ่ง เหมือนกับเราบุกป่าฝ่าดงไปยังพื้นที่ป่า ซึ่งเราไม่เคยคิดว่ามีใครเคยผ่านมาก่อน แต่ปรากฏว่าตามทางมันมีร่องรอยการพักแรมอยู่เต็ม แล้วพอเจาะลึกไปอีกก็จะเจอชุดความรู้ที่ลึกลงไปอีกๆ อุปมาอุปมัยเหมือนแกะลอกเปลือกหัวหอมให้หลุดออกไปทีละชั้นๆ แต่มันก็ยังมีเปลือกหัวหอมให้ลอกต่อไปเรื่อยๆอยู่นั่นเอง

ตอนนี้ก็เลยเริ่มเข้าใจความคิดของ สตีเฟ่น ฮอว์คิง ว่าทำไมถึงใช้รูปโลงศพฟาห์โรห์ อียิปต์เป็นเครื่องหมายแทนการแสวงหาความรู้ของมนุษยชาติ เพราะโลงแบบนี้จะมีหีบย่อยซ้อนกันอยู่เป็นชั้นๆ ผิดกันแต่ว่าของจริงซ้อนกันประมาณสามสี่ชั้นก็ถึงตัวมัมมี่ แต่โลงศพแห่งความจริงแท้ของฮอว์คิงนั้น ดูราวกับซ้อนกันไม่รู้จักจบจักสิ้น เริ่มตั้งแต่ค้นพบกฏการเคลื่อนที่ของนิวตัน , ทฤษฏีสัมพันธภาพของไอนสไตน์ , ทฤษฏีสัมพันธภาพพิเศษ, กลศาสตร์ควอนตัม , จีสตริง, บิ๊กแบง, ฯลฯ (ไปหาอ่านเอาในหนังสือของฮอว์คิงเอาเองเถิด) แต่ฮอวคิงก็ยังไม่เจอมัมมี่ (หรือที่เขาเรียกว่า จอกศักดิ์สิทธิ์) คือทฤษฏีสุดยอด GUT (General Universal Theory) สักที

ความสำคัญของ GUT ก็เหมือนจอกศักดิ์สิทธิ์นั่นแล เพราะคาดว่าเมื่อใครค้นพบทฤษฏีนี้ก็จะสามารถพยากรณ์ความเป็นไป และเข้าใจธรรมชาติได้ (เป็นพระเจ้า?) รู้แม้กระทั่งว่า ณ ตอนนี้เวลานี้ คุณกำลังอ่านบทความนี้อยู่ และต่อไปจะทำอะไร ด้วยเหตุผลอะไร (จริงหรือเปล่า?)

ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือ ความรู้มหาศาลเหล่านี้เราต้องพยายามตีความและเข้าใจมันให้ได้ และในขณะเดียวกันต้องกลั่นกรองด้วยว่าชุดความรู้เหล่านี้ เข้ากันได้กับชุดความรู้เดิมของเราหรือไม่ ซึ่งต้องกลั่นกรองด้วยใจเป็นกลาง

งานนี้ก็ต้องพึ่งกาลามสูตร (ชักเริ่มเข้าใจความคิดของชาวบ้านกาลามสมัยพุทธกาลซะแล้วสิ) ประเด็นหลักคือ อย่าเพิ่งเชื่อ (ไม่ว่าโดยเหตุผลใด) แต่ให้รับฟังไว้ก่อน แล้วหลังจากไตร่ตรองและศึกษาโดยวิธีต่างๆจนเข้าใจลึกซึ้งจึงค่อยเชื่อ

ตอนนี้กำลังคิดอยู่ว่า เรื่องพวกนี้ในองค์กรก็สำคัญใช่ย่อย เพราะแต่ละคนก็จะมีความรู้เชี่ยวชาญของตนเองอยู่ ถ้ามี knowledge management software ก็คงดี

เอ๊ะ... หนทางทำเงินแฮะ

3 Comments:

Blogger jengly said...

ข้อมูลล้น ก็ไม่แปลกร้อกกกกกกกกกกก

ก็เล่นเก็บอะไรที่ผ่านเข้ามาเสียหมด

ถ้าเป็น cpu ป่านนี้ hdd คงหมดไปหลายลูก

คนเราบางทีไม่จำเป็นต้องรู้ให้แจ้งทุกเรื่องนี่คะ

July 10, 2004 5:14 AM  
Blogger sahai_sikkha said...

แฮ่ม อ่านะ ...สมัยใหม่เขาเรียกว่า integrated science อ่ะน่อ
ต้องเริ่มรู้กว้างขึ้นนะครับ ^^"

July 12, 2004 12:43 AM  
Blogger jengly said...

รู้กว้างก็ไม่จำเป็นต้องรู้แจ้ง
คนรู้แจ้งไปหมดทุกเรื่อง จะมีกี่คนบนโลกนี้
รู้อะไรเป็นอย่างๆ ให้เชี่ยวชาญในตรงนั้นจะดีกว่ามังคะ

July 14, 2004 10:37 AM  

Post a Comment

<< Home